ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 25 มีนาคม น.ส.นารี วงศ์สิโรจน์กุล รักษาการผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ให้สัมภาษณ์กรณีปัญหาเด็กไทยอ่อนวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ว่า ทาง สสวท.ทำวิจัยเรื่องนี้มานานแล้ว โดยแจ้งให้กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) และทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องรับทราบมาตลอด แต่มีความคืบหน้าในการแก้ปัญหาระดับหนึ่งเท่านั้น โดยล่าสุดนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการ ศธ. ตั้งคณะทำงานเพื่อสรุปปัญหาและหาแนวทางยกระดับคุณภาพการศึกษาวิชาคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ รวมทั้งภาษาไทย โดยมีนายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการ ศธ. เป็นประธาน ซึ่งคณะทำงานกำหนดแนวทางไว้ 7 ยุทธศาสตร์ หลักสำคัญเน้นการเข้าไปส่งเสริมการเรียนการสอนวิชาภาษาไทย คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ในระดับประถมศึกษา เนื่องจาก สสวท.พบว่า สาเหตุหลักที่เด็กเรียนอ่อนใน 3 วิชานี้ เป็นเพราะเด็กอ่านหนังสือแล้วจับประเด็นไม่ได้
"คณะทำงานตกลงแนวทางกันไว้ว่า แต่ละหน่วยงานจะต้องร่วมมือกันโดยต้องไปดูว่าขณะนี้ใครทำโครงการส่งเสริมการ เรียนการสอนภาษาไทย วิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์อยู่บ้าง เพื่อระดมความคิดเห็นกันและช่วยเหลือเติมเต็มให้มีความเข้มข้นมากขึ้น" รักษาการ ผอ.สสวท.กล่าวและว่า วิชาภาษาไทยต้องสอนให้เด็กอ่านและจับประเด็นเป็น ส่วนคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ ครูต้องสอนให้เด็กมีวิญญาณของนักวิทยาศาสตร์ เช่น ให้รู้จักสังเกต ตั้งคำถาม มีการบันทึกเก็บข้อมูล เมื่อเด็กมีความรู้ที่ดีใน 3 วิชานี้แล้ว คุณภาพการเรียนการสอนในวิชาอื่นๆ ก็จะตามมา เพราะ 3 วิชานี้เป็นพื้นฐานสำคัญ ทั้งหมดนี้จะต้องรอผลการประชุมแผนยุทธศาสตร์ที่มีนายจุรินทร์เป็นประธานใน วันที่ 27 มีนาคม
น.ส.นารีกล่าวว่า ปัญหาการขาดแคลนครูคณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์เป็นอีกปัญหาสำคัญที่น่าเป็นห่วงมาก เพราะจากข้อมูลสภาพการขาดแคลนครูของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ในปีการศึกษา 2551 ที่ผ่านมา พบว่ามีปัญหาขาดแคลนถึงขั้นวิกฤตมาก โดยสาขาวิชาวิทยาศาสตร์ขาดแคลนถึง 9,901 คน วิชาคณิตศาสตร์ 11,044 คน รวมแล้วกว่า 2 หมื่นคน ทั้งนี้ มีสาเหตุสำคัญจากโครงการเกษียณอายุราชการก่อนกำหนด หรือเออร์ลี่ รีไทร์ ของรัฐบาล มีครูคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์เออร์รี รีไทร์ ออกไปแต่ไม่มีคนมาทดแทน
"จากการทำวิจัยร่วมกับนานาชาติของ สสวท.ในเรื่องหลักสูตรการผลิตครูคณิตศาสตร์ ผลการวิจัยเบื้องต้นพบว่า ประเทศไทยผลิตครูคณิตศาสตร์น้อยมาก เมื่อเทียบกับจำนวนประชากรกว่า 60 ล้านคน โดยในปี 2552 นี้ จะมีบัณฑิตสาขานี้จบออกมาเพียง 1 พันกว่าคนเท่านั้น ขณะที่สิงคโปร์ มีการผลิตครูคณิตศาสตร์ออกมามากกว่าประเทศไทยในทุกปี"
วันเดียวกัน นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการ ศธ. กล่าวบรรยายตอนหนึ่งในการประชุมเพื่อเตรียมการบรรจุนักศึกษาทุนโครงการผลิต ครูการศึกษาขั้นพื้นฐานระดับปริญญาตรี (หลักสูตร 5 ปี) รุ่นปีการศึกษา 2547 ว่า นักศึกษาครูรุ่นนี้เป็นรุ่นแรกที่ได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการครูจำนวนกว่า 2,000 คน ในจำนวนนี้บรรจุเป็นครูสอนภาษาไทย 200 คน ภาษาต่างประเทศ 400-600 คน วิทยาศาสตร์ 400 คน และคณิตศาสตร์ 400 คน
"ขอฝากให้ช่วยยกระดับคุณภาพการศึกษาไทยใน 4 วิชาดังกล่าวให้สูงขึ้น ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นวิกฤต โดยเฉพาะวิชาภาษาไทยถ้าไม่สามารถสอนให้เด็กคิด อ่าน เขียน และวิเคราะห์ได้แล้วก็จะเจ๊งตั้งแต่ต้น เพราะเด็กจะไม่สามารถตีโจทย์วิชาอื่นๆ ได้ โดยเฉพาะวิชาวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์" นายชัยวุฒิกล่าว
นายชัยวุฒิให้สัมภาษณ์ถึงการแก้ไขปัญหาคุณภาพการศึกษาวิชาภาษาไทย วิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ที่ต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน ว่า ในวันที่ 27 มีนาคม ตนจะเสนอแผนยุทธศาสตร์ 7 ข้อต่อที่ประชุมผู้บริหาร 5 องค์กรหลักของ ศธ.เพื่อพิจารณาเห็นชอบ ตนจะเสนอให้เป็นวาระแห่งชาติที่ทุกภาคส่วนของสังคมจะต้องเข้ามาช่วยกันขับ เคลื่อนยกระดับคุณภาพ โดยจะเสนอ 2 ทางเลือกว่าจะให้ขับเคลื่อนระดับชาติหรือระดับกระทรวง ซึ่งจะต้องเริ่มต้นกันตั้งแต่ระดับประถมศึกษา พร้อมกันนั้นจะตั้งเป้าหมายด้วยว่าเมื่อดำเนินการตามแผนแล้วในเวลา 1 ปี 3 ปี เด็กจะต้องมีผลสัมฤทธิ์ที่สูงขึ้นกี่เปอร์เซ็นต์
No comments:
Post a Comment